go



1000top
วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2546


ข่าวหน้าหนึ่ง

ทัศนะวิจารณ์

เศรษฐกิจการเงิน

ธุรกิจการตลาด

การเมือง

ไอที-อินเทอร์เน็ต

คุณภาพชีวิต

นวัตกรรม

ต่างประเทศ

กีฬา

จุดประกาย



เสาร์สวัสดี
จุดประกายวรรณกรรม

กรุงเทพวันอาทิตย์

@Taste

ยานยนต์

SciTech

Biz & Money

เนชั่นสุดสัปดาห์

ไขปัญหาภาษี



ธพว.ผนึกพันธมิตรตั้ง"ไทยออโตโมทีฟ"ลงทุนชิ้นส่วนรถ

แบงก์เอสเอ็มอี เปิดแผนจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนกับ 4 พันธมิตรธุรกิจจัดตั้งบริษัทไทยออโตโมทีฟ วีซีเอฟ ประเดิมทุน 260 ล้านบาท เพื่อลงทุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ และดันให้เข้าตลาดหุ้นภายใน 5 ปี

นายสำราญ ภูอนันตานนท์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนกับ 4 พันธมิตรได้แก่ เจเอไอซี เอเชีย แคปปิตอล พีทีอี จำกัด, บริษัทสุมิโตโม คอร์ปอร์เรชั่น และ บริษัทวีเน็ท แคปปิตอล จำกัด วงเงิน 260 ล้านบาท ภายใต้ชื่อบริษัทไทยออโตโมทีฟ วีซีเอฟ จำกัด โดยขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลร่วมลงทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว โดยจะเน้นการร่วมลงทุนบริษัทเอสเอ็มอี ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นสำคัญ

สำหรับคุณสมบัติ ของผู้จะสมัครเข้ากองทุนร่วมลงทุนนี้ ได้แก่ กิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์ มีสินทรัพย์ถาวร ไม่เกิน 200 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) มีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน เป็นกิจการที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงสู่การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ และพร้อมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 5 ปี หากเป็นกิจการที่มีความพร้อมทางเทคโนโลยีจะได้รับพิจารณาก่อน

นายสำราญ ระบุว่าต่อไป จะเกิดกองทุนร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมด้านอาหาร ซึ่งญี่ปุ่นน่าจะสนใจมาก เพราะประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารได้ดี และกองทุนในญี่ปุ่นน่าจะเริ่มสนใจการเข้ามาลงทุนกับพันธมิตรในประเทศไทยมากขึ้น หลังจากเห็นการตั้งกองทุนด้านยานยนต์สำเร็จไปแล้ว

กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย ยังกล่าวถึงแนวทางช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ส่งออกเอสเอ็มอีว่า ในเร็วๆนี้ธนาคารจะรับซื้อใบขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและใบขอคืนภาษีนำเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 19 ทวิของผู้ส่งออก โดยขณะนี้ กำลังศึกษารายละเอียดเรื่องนี้ คาดว่าภายในเดือนมิ.ย.นี้จะประกาศความชัดเจนได้

โดยธนาคารจะเน้นรับซื้อใบขอคืนภาษีจากลูกค้าระดับดี เป็นหลัก เพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจก่อน ซึ่งธนาคารจะคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ได้เงินภาษีคืน นอกจากนั้นลูกค้าชั้นดียังจะได้รับการช่วยเหลือในการประสานงานกับภาครัฐบาลเพื่อให้ได้รับการคืนภาษีที่เร็วขึ้น เหมือนที่กรมศุลกากรเคยจัดเกรดลูกค้าเกรดเอและบี

สำหรับเงินทุนของธนาคารเอสเอ็มอีในปีนี้ ผู้จัดการธนาคารเอสเอ็มอีระบุว่า ภายใน 2-3 สัปดาห์ ธนาคารจะออกพันธบัตรวงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ บล.เอบีเอ็นแอมโร เอเซีย เป็นผู้ดำเนินการและรับประกันการจัดจำหน่ายพันธบัตรโดยคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 0.5% โดยเอบีเอ็มแอมโรเอเซียจะทำการชี้แจงข้อมูล (โรดโชว์) ขายนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก ไม่ได้ขายรายย่อย และในไตรมาส 4 มีแนวโน้มจะออกพันธบัตรอีก 8,000 ล้านบาท โดยเงินเหล่านี้จะนำไปใช้ปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี




About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy

copyright @ 2000 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.
All Right Reserved, Contact us : ktwebmaster@bangkokbiznews.com